RSS

การติดตั้ง Server2Go และแนะนำโปรแกรมในกลุ่ม CMS

08 Apr

วันที่ : 8  เม.ย. 2554
เวลา : 14.00 – 17.00
สถานที่ : ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ฝึกงาน : บุญเลิศ อรุณพิบูลย์

ในการพัฒนาเว็บไซต์จำเป็นต้องมีเซิฟเวอร์รองรับทั้งที่เป็นเซิฟเวอร์จริง หรือเซิฟเวอร์จำลอง โดยหน่วยงานใหญ่ๆ อาจจะมีเซิฟเวอร์เป็นของตัวเองหรืออาจไปเช่าเซิฟเวอร์สำหรับพัฒนาเว็บไซต์ แต่สำหรับเครื่อง PC หรือ Notebook Computer ที่ต้องการพัฒนาเว็บ อาจใช้เซิฟเวอร์จำลองทำเว็บไซต์แทนได้ ตัวอย่างเซิฟเวอร์จำลองที่นิยมใช้ คือ AppServ, Server2Go, XAMPP เป็นต้น สำหรับ Server2Go เป็นโปรแกรมเซิฟเวอร์จำลองที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ไม่จำเป็นต้องติดตั้งตัวโปรแกรมในเครื่องก่อนเช่น AppServ นอกจากนี้ AppServ จะผูกไว้ที่เครื่องผู้ใช้ เวลาคัดลอกไปทำงานที่เครื่องอื่นอาจมีปัญหา ควรเปลี่ยนมาใช้ Server2go แทน

การติดตั้ง Server2Go
1. ดาวน์โหลดโปรแกรมที่ http://www.server2go-web.de/download/download.html
2. เลือกดาวน์โหลดไฟล์ zip ของโปรแกรมตามรูป


ภาพ : ดาวน์โหลดโปรแกรม

3. เมื่อโหลดเสร็จแล้วให้ทำการแตกไฟล์จะได้โฟลเดอร์ของ Server2Go
4. คลิกเข้าไปในโฟลเดอร์แล้วปรับตั้งค่า config ด้วยโปรแกรม NotePad++  (ไม่ควรเปิดใช้งานโปรแกรมก่อนที่จะปรับตั้งค่า config)

ภาพ : ปรับแต่ง config

  • ไฟล์ pms_config.ini
    ปรับ LocalMirror จาก 1 เป็น 0 เพื่อให้ Server2Go สร้างฐานข้อมูลไว้ในระบบ แทนที่จะอยู่ใน Temporary ไฟล์ ทำให้ฐานข้อมูลไม่ถูกลบหรือหายเมื่อปิดแล้วเปิดขึ้นมาใหม่
  • ไฟล์ php.ini (อยู่ในโฟลเดอร์ server/config_tpl/php.ini)
    • max_execution_time ปรับแก้ไขค่าเป็น 60
    • memory_limit ปรับแก้ไขค่าเป็น 64M
    • post_max_size ปรับแก้ไขค่าเป็น 80M
    • upload_max_filesize ปรับแก้ไขค่าเป็น 80M – 200M
  • ไฟล์ httpd.conf (อยู่ในโฟลเดอร์ server/config_tpl/ httpd.conf)
    ให้ลบเครื่องหมาย # ออกจาก LoadModule rewrite_module modules/mod_rewrite.so

5. จากนั้น save ไฟล์ที่แก้ไขเรียบร้อย

**รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Server2Go : http://stks.or.th/wiki/doku.php?id=server2go:start

ทั้งนี้อาจารย์บุญเลิศยังได้พูดถึงวิธีการตั้งชื่อ Site Name ด้วยว่า
– ไม่ควรยาวเกิน 65 ตัวอักษร
– ควรเป็นภาษาอังกฤษที่สั้นและจำได้ง่าย
– ถ้าจะใช้ชื่อภาษาไทย ให้ใช้ต่อท้ายชื่อภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้อาจารย์บุญเลิศยังได้เปรียบเทียบวิธีการสร้างเนื้อหาของโปรแกรม 3 โปรแกรม ดังนี้

ภาพ : การเปรียบเทียบการใช้คำเรียกวิธีการสร้างเนื้อหา

โปรแกรมในกลุ่ม CMS จะเด่นในเรื่อง Static กับ Dynamic กล่าวคือ Page คือเนื้อหาที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เป็นแบบ Static ส่วน Story/Post จะเป็นเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นแบบ Dynamic

ภาพ : การเปรียบเทียบการใช้คำเรียกโปรแกรมเสริม

ภาพ : การเปรียบเทียบการใช้คำเรียกหน้ากาก

แหล่งข้อมูลที่ใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกปฏิบัติงาน

 

Tags: , , , , , , ,

Comments are closed.

 
%d bloggers like this: